ความแตกต่างระหว่างผู้ชนะกับผู้แพ้ ก็คือ 'การรู้ทัน' ครับ! - Robert Jordon
ลองนึกภาพตามผมสักครู่นะครับ
คุณกำลังอยากได้รถคันใหม่อยู่พอดี คุณก็เลยไปดูรถที่โชว์รูมสองแห่ง ที่แรกเนี่ย พนักงานขายพุ่งเข้ามาหาคุณเลยครับ ดูท่าทางอยากจะขายรถให้คุณใจจะขาด ทุกครั้งที่เขายื่นข้อเสนอมา แล้วคุณทำท่าลังเล เขาก็รีบลดราคาลงทันทีเพื่อเอาใจคุณ
จากนั้นคุณก็ไปที่โชว์รูมที่สอง พนักงานขายที่นี่ดูสง่างามมากครับ เขาพูดกับคุณด้วยน้ำเสียงที่นิ่งและสุขุม เขายื่นข้อเสนอให้คุณ และไม่ว่าคุณจะรับข้อเสนอนั้นหรือไม่ก็ตาม เขาก็ยังคงรักษาศักดิ์ศรีของตัวเองไว้ เขาไม่ได้รีบลดราคาลงแบบฮวบฮาบ และในขณะที่คุณกำลังคิดถึงข้อเสนอของเขาอยู่ เขาก็พูดขึ้นมาว่า "นี่เป็นรถที่ดีมากนะครับ คุณได้ของดีสมราคาแน่นอน ถ้าคุณโอเคกับราคาที่ตั้งไว้ ก็ตัดสินใจได้เลยว่าจะรับหรือไม่รับ แต่ถ้าคุณไม่เอา ก็มีคนอื่นที่พร้อมจะซื้อมันแน่นอนครับ"
ทีนี้ลองจินตนาการดูนะครับว่าถ้าคุณมีโอกาสได้รถทั้งสองคันนี้มาฟรีๆ คุณจะเลือกคันไหน? แน่นอนว่าต้องเป็นข้อเสนอที่สองอยู่แล้ว เพราะรถคันที่สองจะถูกมองว่ามีคุณค่ามากกว่าโดยอัตโนมัติเลยครับ เนื่องจากพนักงานขายทำให้มันดูเหมือนเป็นที่ต้องการ (in demand) และเป็นรถที่คู่ควรแก่การครอบครอง ในขณะที่พนักงานขายคนแรกดูร้อนรนมาก เขาทำให้ดูเหมือนกับว่าไม่มีใครอยากได้รถคันนี้เลยตั้งแต่แรก เขาเลยยอมรับราคาไหนก็ได้ที่เขาจะได้
ครับ นี่แหละครับคือวิธีที่ผู้หญิงใช้ตัดสินผู้ชายเป๊ะๆ เลย ถ้าผู้ชายคนนั้นดูร้อนรน (เช่น โทรหาตลอดเวลา หรือตื๊อขอเดทไม่เลิก) เขาก็จะกลายเป็นคนที่ไร้ค่าไปเลย เทียบกับผู้ชายที่ยังคงรักษาศักดิ์ศรี (dignity) และความภาคภูมิใจ (pride) ของตัวเองไว้ได้ คนแบบนี้จะถูกมองว่ามีคุณค่าเสมอครับ สิ่งนี้แหละครับที่ทำให้เธอรู้สึกสนใจ และมันสามารถทำให้ผู้ชายหน้าตาธรรมดาๆ ได้เปรียบผู้ชายที่หน้าตาดีมากๆ อย่างมหาศาลเลย ลองเอาไปใช้ดูสิครับ มันได้ผลจริงๆ